แผงแป้นอักขระ (Keyboard : คีย์บอร์ด)

0
30

คีย์บอร์ด หรือ แป้นพิมพ์ (ศัพท์บัญญัติใช้ว่า แผงแป้นอักขระ) คีย์บอร์ด (Keyboard) เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Computer Hardware) ประเภทรับข้อมูล (Input Device) มีปุ่มทั้งหมด 80 ถึง 110 ปุ่ม ประกอบด้วยปุ่มอักษร (Typing Keys), ปุ่มตัวเลข (Numeric Keypad), และปุ่มควบคุม (Control Keys) มีตัวประมวลผล (Processor) เป็นของตัวเอง

คีย์บอร์ด สามารถแบ่งตามหลักการทำงานได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ Mechanical Keyboard, Rubber Dome Keyboard และ Semi-mechanical Keyboard และสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ 5 ประเภท ได้แก่ Notebook Keyboard, Desktop Keyboard, Wireless Keyboard, Flexible Keyboard และ Ergonomic Keyboard


ประวัติและความเป็นมาของคีย์บอร์ด

หากพูดถึงความเป็นมาของคีย์บอร์ด เราต้องย้อนเวลากลับไปในช่วงคริสตวรรษที่ 18 ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นยุคสมัยที่การประดิษฐ์กำลังรุ่งเรือง และที่สำคัญบรรพบุรุษของพระเอกในบทความนี้อย่างเครื่องพิมพ์ดีดก็เกิดขึ้นช่วงเวลานี้เช่นกัน

เครื่องพิมพ์ดีดเป็นเสมือนคีย์บอร์ดในยุคสมัยนั้น พิมพ์ดีดมีจุดประสงค์ในการใช้พิมพ์งานเหมือนกับคีย์บอร์ด ต่างกันตรงที่เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ตัวอักษรลงในกระดาษ แต่คีย์บอร์ดพิมพ์ตัวอักษรเป็นข้อมูลลงไปในคอมพิวเตอร์ และนอกจากนี้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ยังนำระบบการวางตัวอักษรแบบเดียวมาจากเครื่องพิมพ์ดีดอีกด้วย 

จากที่เกริ่นมาเบื้องต้น คีย์บอร์ดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามหลักการทำงาน ได้แก่ Mechanical, Rubber Dome และ Semi-Mechanical คีย์บอร์ดแต่ละประเภทมีการพัฒนาตามยุคสมัยดังนี้ 

1. Mechanical Keyboard

คีย์บอร์ดกลไก เป็นคีย์บอร์ดประเภทแรกที่ถูกผลิตขึ้น หลักการทำงานของคีย์บอร์ดกลไกนั้นเป็นรูปแบบการทำงานพื้นฐานที่นำไปสู่การพัฒนาคีย์บอร์ดประเภทอื่น แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า คีย์บอร์ดกลไกเครื่องแรกคือรุ่นใด แต่จากแหล่งข้อมูลเก่า ระบุว่าคีย์บอร์ดกลไกรุ่นแรกถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Alps ในชื่อรุ่น SCB1A163 ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 และถูกใช้เป็นครั้งแรกกับคอมพิวเตอร์ที่ทำขึ้นเองในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลลิส (UCLA)

2. Rubber Dome Keyboard

คีย์บอร์ดปุ่มยางถูกพัฒนามาใน ปี ค.ศ.1964 โดยบริษัท Sperry Univac โดยคีย์บอร์ดปุ่มยางถูกพัฒนามากับเครื่อง Uniscope 100 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เทอร์มินัล (Computer Terminal) คีย์บอร์ดปุ่มยางกับกลไกถูกพัฒนามาในช่วงเดียวกัน แต่เทคโนโลยีการทำงานแบบปุ่มยางเพิ่งมีการนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในภายหลังราวทศวรรษที่ 1980 ทำให้เป็นที่นิยมหลัง Mechanical keyboard แต่ด้วยต้นทุนที่น้อยกว่านี้เองจึงทำให้คีย์บอร์ดปุ่มยางมีราคาถูกกว่าคีย์บอร์ดกลไกและเป็นที่นิยมใช้กันจนถึงปัจจุบัน


3. Semi-mechanical Keyboard

คีย์บอร์ดกึ่งกลไกถูกพัฒนาและผลิตขึ้นในช่วงปี 2000 จนถึงปัจจุบัน เกิดจากความคิดที่ผู้พัฒนาอยากให้คีย์บอร์ดปุ่มยางมีสัมผัสกดเหมือนคีย์บอร์ดกลไก แต่เนื่องจากคีย์บอร์ดกลไกมีต้นทุนที่สูงกว่า ผู้ผลิตจึงนำหลักการทำงานแบบคีย์บอร์ดปุ่มยางมาใช้เป็นหลัก ลักษณะภายนอกของคีย์บอร์ดกลไกจึงดูเหมือนคีย์บอร์ดกลไกทุกประการ ทั้งขนาดของคีย์แคป รวมถึงขนาดของแป้น และเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ขณะกดพิมพ์ สิ่งที่หยิบยืมจากคีย์บอร์ดปุ่มยางคือเฉพาะตัวปุ่มยางที่ติดอยู่ข้างใต้แต่ละปุ่ม และติดอยู่บนแป้นคีย์บอร์ด เวลากดลงไปปุ่มจะเด้งขึ้นมาเหมือนสปริง พูดง่ายๆ คือมันเป็นคีย์บอร์ดกลไกที่เปลี่ยนจากสปริงมาเป็นปุ่มยางนั่นเอง

ปัจจุบันการเชื่อมต่อคีย์ดบอร์ดมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบ USB หรือ คีย์บอร์ดแบบไร้สายเชื่อมสัญญาณผ่าน bluetooth และปุ่มของคีย์ดบอร์ดก็มีมากน้อยแตกต่างกันไป ในยุคศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปไกลกว่ายุคเริ่มแรกของคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการมาถึงของเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส (Multi-Touch) ที่ได้ทำให้การพิมพ์บนคีย์บอร์ดถูกย้ายไปใช้งานบนจอมือถือและแท็บเล็ต นักพัฒนาบางคนถึงกับออกแบบคีย์บอร์ดแบบโฮโรแกรม (Hologram Keyboard) ซึ่งหลักการทำงานคือการฉายแสงเป็นแป้นคีย์บอร์ดลงไปบนโต๊ะ และใช้เซนเซอร์ตรวจจับปุ่มที่เรากด และในอนาคต คีย์บอร์ดจะพัฒนาไปในทิศทางใด เราคงต้องรอติดตามกันต่อไป


อ้างอิง

Mary Bellis, “ประวัติความเป็นมาของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์”, https://th.eferrit.com/ประวัติความเป็นมาของคี/, สืบค้นวันที่ 15 ก.ย. 2565

Keychron, “ประวัติและพัฒนาการของคีย์บอร์ด”, https://www.keychronthailand.com/blogs/article/development-of-keyboard, สืบค้นวันที่ 15 ก.ย. 2565