แน่นอนว่าเมื่อเราใช้โทรศัพท์มือถือไปนาน ๆ ก็มักเต็มไปด้วยแอปพลิเคชัน ที่ดาวน์โหลดมา ทั้งได้มาจากการไถ ตต แล้วเขาบอกว่าดี ทั้งได้มาแบบไม่รู้ตัวจากการดาวน์โหลดเกม ซึ่งบางแอปฯ ไม่เคยเปิดใช้งานด้วยซ้ำ โดยบางแอปฯ อาจแค่กินพื้นที่ แต่บางแอปฯ ก็อาจทำงานเบื้องหลังคอยซิงก์ข้อมูล ใช้ตำแหน่ง หรือส่งแจ้งเตือน จนมีส่วนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว เครื่องร้อน หรือทำงานช้าลงได้ วันนี้วันดี เรามาลองสำรวจแอปฯ ประเภทต่อไปนี้ว่ายังควรเก็บไว้ในเครื่องหรือไม่
1. แอปพลิเคชันที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน ไม่ว่าจะเป็นเกม แอปฯ แต่งรูป แอปฯ ท่องเที่ยว หรือแอปฯ ที่โหลดมาใช้เพียงครั้งเดียว หากไม่ได้เปิดมานาน ก็ควรพิจารณาลบ
2. แอปพลิเคชันประเภทที่บอกว่ามีความสามารถ Clean RAM / RAM Booster / Task Killer แอปฯ พวกนี้มักโฆษณาว่า “กดครั้งเดียว RAM โล่ง เครื่องแรง” มักไม่จำเป็นสำหรับมือถือยุคใหม่ เพราะทั้ง Android และ iPhone มีระบบจัดการหน่วยความจำและแอปฯ เบื้องหลังของตัวเองอยู่แล้ว
3. แอปพลิเคชันประเภทที่อ้างว่าช่วยยืดอายุแบต Battery Saver หรือแอปฯ ที่บอกว่าจะช่วยให้มือถือเย็นลง Phone Cooler แอดจะบอกว่าไม่มีแอปฯ ไหน ที่สามารภทำให้เครื่องเย็นลงโดยไม่ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม หรือแอปที่สามารถยืดอายุแบตเตอรี่ได้
4. แอปพลิเคชัน Cleaner ที่มีโฆษณาเต็มไปหมด แอปฯ ลบไฟล์ขยะบางตัวอาจมีประโยชน์ แต่ถ้าเปิดแล้วเต็มไปด้วยโฆษณา แจ้งเตือนว่าเครื่องมีปัญหา หรือชวนให้กดทำความสะอาดตลอดเวลา ก็อาจไม่คุ้มที่จะเก็บไว้ เพราะทั้ง Android และ iPhone มีเครื่องมือสำหรับตรวจสอบพื้นที่และจัดการแอปฯ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Cleaner เพิ่มเสมอไป
5. แอปพลิเคชันที่มีหน้าที่ซ้ำกันหลายตัว ในเครื่องของเรามักจะมีแอปที่ติดมากับเครื่องที่ทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งอยู่แล้ว เช่น แต่งรูป หรือ สแกนเอกสาร หากใช้งานจริงเพียงตัวเดียว การเก็บตัวอื่นไว้ก็มีแต่กินพื้นที่
6. แอปพลิเคชันที่ใช้ Location ทั้งที่เราแทบไม่เปิด แอปฯ นำทาง แอปฯ ออกกำลังกาย แอปฯ เดลิเวอรี และแอปฯ อื่น ๆ อาจต้องใช้ตำแหน่งเพื่อทำงาน แต่ถ้าเลิกใช้แล้วก็ควรตรวจสอบว่ายังอนุญาตให้เข้าถึง Location อยู่หรือไม่ เพราะการใช้ตำแหน่ง และ GPS อย่างต่อเนื่องหมายความว่าเราต้องใช้พลังงาน ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นอาจเลือกปิดสิทธิ์ Location หรือถอนการติดตั้งไปเลย
7. แอปพลิเคชันที่ไม่ค่อยใช้ แต่แจ้งเตือนทั้งวัน แอปฯ ช้อปปิ้ง หรือโซเชียลบางตัวอาจส่งแจ้งเตือนโปรโมชั่น ข่าว และกิจกรรมต่าง ๆ วันละหลายครั้ง ทั้งที่เราแทบไม่ได้เปิดใช้งาน หากยังต้องการเก็บแอปฯ ไว้ อาจเลือกปิดแจ้งเตือน แต่ถ้าไม่ได้ใช้เลยก็ควรลบทิ้ง
8. เกมที่เลิกเล่นแล้ว ซึ่งเกมมือถือในปัจจุบันบางเกมกินพื้นที่หลาย GB ไปจนถึงหลายสิบ GB หากเลิกเล่นแล้วก็ไม่ควรเก็บไว้
9. แอปพลิเคชันเก่าที่ไม่ได้อัปเดตมานาน ซึ่งแอปฯ หลายๆ แอปฯ ผู้พัฒนาก็เลิกอัปเดตแล้ว ถ้าฝืนใช้อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับ Android หรือ iOS รุ่นใหม่ ถ้ามีแอปฯ อื่นที่ทำหน้าที่แทนได้ และแอปฯ เดิมไม่ได้รับการสนับสนุนมานาน ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ตัวใหม่
10. แอปพลิเคชันที่ไม่รู้ว่าโหลดมาจากไหน หรือขอสิทธิ์มากเกินไป หากเจอแอปฯ ที่จำไม่ได้ว่าติดตั้งไว้ทำไม หรือแอปฯ ธรรมดาแต่ขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อ ตำแหน่ง ไมโครโฟน และไฟล์จำนวนมากผิดปกติ ก็ควรตรวจสอบให้ดี เพราะอาจมีบริการทำงานเบื้องหลังตลอดเวลาก็อาจเพิ่มการใช้แบตเตอรี่ได้เช่นกัน
แอดมินหวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลายๆ คน และทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนติดตั้งแอปฯ ใดๆ ก็ตาม ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

