การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน
การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน จะทำให้มีการตัดสินใจได้อย่างดีขึ้น มีการมองปัญหาอย่างเป็นระบบขึ้น และมีหลักการในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าเดิม ซึ่งแต่เดิมอาจจะแก้ไขปัญหาแบบไม่มีหลักการ ไม่มีการวิเคราะห์ปัญหา แยกแยะและทำความเข้าใจปัญหา ไม่มีการรวบรวมข้อมูลมาให้มากที่สุด ไม่มีการหาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาไว้หลายๆทาง ไม่มีการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่มีวิธีการที่ดีที่สุด ไม่มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนในการนำวิธีการไปใช้ และไม่มีการประเมินผล ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยปกติมนุษย์มีกระบวนในการแก้ปัญหา ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ

1. การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา การทำความเข้าใจกับปัญหาเพื่อแยกให้ออกว่าข้อมูลที่กำหนดมาในปัญหาหรือเงื่อนไขของปัญหาคืออะไร กล่าวโดยสรุปมีองค์ประกอบในการวิเคราะห์ดังนี้
การระบุข้อมูลเข้า ได้แก่ การพิจารณาข้อมูลและเงื่อนไขที่กำหนดมาในปัญหา
การระบุข้อมูลออก ได้แก่ การพิจารณาเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องหาคำตอบ
การกำหนดวิธีประมวลผล ได้แก่ การพิจารณาขั้นตอนวิธีการได้มาซึ่งคำตอบหรือข้อมูลออก
2. การวางแผนในการแก้ปัญหา พิจารณาเงื่อนไขและข้อมูลที่มีอยู่ และสิ่งที่ต้องการหาในขั้นตอนที่ 1 แล้วเราสามารถคาดคะเนวิธีการที่จะใช้ในการแก้ปัญหา เริ่มจากการเลือกเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา โดยพิจารณาความเหมาะสมระหว่างเครื่องมือกับเงื่อนไขต่าง ๆ ของปัญหา การออกแบบขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา ผู้แก้ปัญหาควรใช้แผนภาพหรือเครื่องมือในการแสดงขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ เช่น ผังงาน (Flowchart) ที่จำลองวิธีขั้นตอนการแก้ปัญหาในรูปแบบสัญลักษณ์ รหัสจำลอง (Pseudo Code) ซึ่งเป็นการจำลองขั้นตอนวิธีการปัญหาในรูปแบบคำบรรยาย
3. การดำเนินการแก้ปัญหา ลงมือแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องมือที่เลือกไว้
4. การตรวจสอบและปรับปรุง ตรวจสอบว่าขั้นตอนวิธีที่สร้างขึ้นสอดคล้องกับรายละเอียดของปัญหา และปรับปรุงวิธีการเพื่อให้การแก้ปัญหานี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ศึกษาตัวอย่างสถานการณ์
สถานการณ์ตัวอย่าง: > ด.ช.ก้อง สัญญาว่าจะทำรายงานกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ให้เสร็จในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ แต่จู่ๆ คอมพิวเตอร์ที่บ้านก็เปิดไม่ติด และในกลุ่มเพื่อนก็ไม่มีใครสะดวกช่วยทำแทนได้เลย
ขั้นที่ 1: การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
- ปัญหา: คอมพิวเตอร์เสีย ทำให้พิมพ์รายงานกลุ่มไม่ได้ และต้องส่งงานในวันจันทร์
- เงื่อนไข: เพื่อนในกลุ่มไม่สามารถช่วยทำแทนได้ ต้องหาวิธีทำด้วยตัวเอง
ขั้นที่ 2: การวางแผนในการแก้ปัญหา
- วิธีที่ 1: ลองตรวจสอบปลั๊กไฟว่าหลวมหรือไม่
- วิธีที่ 2: ถ้าคอมพิวเตอร์เสียจริงๆ จะขออนุญาตคุณแม่ไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ร้านอินเทอร์เน็ต หรือยืมแท็บเล็ตของคุณพ่อมาพิมพ์งานแทน
ขั้นที่ 3: การดำเนินการแก้ปัญหา
- ก้องตรวจสอบปลั๊กไฟ พบว่าเสียบแน่นดีแล้ว แต่คอมก็ยังเปิดไม่ติด
- ก้องจึงเดินไปอธิบายปัญหาให้คุณพ่อฟัง และขอยืมแท็บเล็ตของคุณพ่อมาพิมพ์งานในแอปพลิเคชัน
ขั้นที่ 4: การตรวจสอบและปรับปรุง
- ผลการตรวจสอบ: ก้องพิมพ์งานในแท็บเล็ตจนเสร็จและส่งไฟล์ให้เพื่อนได้สำเร็จ
- การปรับปรุง: ก้องเรียนรู้ว่าควรแบ็คอัพข้อมูลไว้ในระบบคลาวด์ (Cloud) ด้วย เผื่ออุปกรณ์พังจะได้ไม่สูญหาย

